สิงห์บลูส์ ดวล เดอะ บีส์ ศึกดาร์บี้
เชลซี จะพบกับ เบรนท์ฟอร์ด ในการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก 2026 วันที่ 17 มกราคม 2026 เวลา 22.00 น. ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์
ศึกดาร์บี้แมตช์เวสต์ลอนดอนนัดแรกของปี 2026 มีความหมายเป็นพิเศษ เพราะนี่คือเกมลีกแดนผู้ดีนัดแรกของ เลียม โรซีเนียร์ ในฐานะเฮดโค้ช เชลซี โดยโรซีเนียร์ย้ายมาจากสโมสรในเครืออย่าง สตราส์บูร์ก เพื่อเข้ามารับตำแหน่งแทน เอ็นโซ่ มาเรสก้า เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา และแม้เขาจะผ่านการคุมทีมในเกมฟุตบอลถ้วยมาแล้วสองนัด แต่การลงเล่นในลีกสูงสุดคือบททดสอบที่สำคัญยิ่งกว่า
ในเกมนี้ “สิงโตน้ำเงินคราม” ต้องรับมือกับ เบรนท์ฟอร์ด ซึ่งถูกมองว่าเป็นทีมที่ทำผลงานเกินความคาดหมายมากที่สุดในฟุตบอลลีกอังกฤษฤดูกาลนี้ ด้วยการรั้งอันดับ 5 ของตาราง และอยู่เหนือ เชลซี ถึง 3 อันดับ พร้อมกับนำอยู่ 2 คะแนน
ทำให้ “เดอะ บีส์” เดินทางมาด้วยความมั่นใจ และตั้งเป้าชัดเจนในการทำลายบรรยากาศฉลองผู้จัดการทีมคนใหม่ของเจ้าบ้าน และสร้างผลการแข่งขันที่สะเทือนต่อเส้นทางลุ้นพื้นที่ยุโรปในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้
ประเด็นน่าสนใจ
การประเดิมคุมทีมในพรีเมียร์ลีกของ โรซีเนียร์ กำลังเผชิญอุปสรรคสำคัญจากสถานการณ์การเจ็บป่วยภายในศูนย์ฝึกค็อบแฮมของ เชลซี หลังเกิดการระบาดของไวรัสในทีม โดย เลียม ดีแลป และ เจมี่ กิตเทนส์ ถูกระบุว่าติดเชื้อไวรัสและคาดว่าจะพลาดลงสนามในเกมนี้ รวมถึงมีสตาฟฟ์ของสโมสรหลายคนได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งยิ่งเพิ่มความยุ่งยากในการเตรียมทีมก่อนเกมสำคัญ
อย่างไรก็ตาม “สิงห์บลูส์” ก็ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่เช่นกัน เมื่อ โคล พาลเมอร์ และ รีซ เจมส์ กัปตันทีม กลับมาลงซ้อมได้แล้วเมื่อวันพฤหัสบดี และมีแนวโน้มจะมีชื่อในเกมนี้ ซึ่งถือเป็นแรงหนุนสำคัญทั้งในเชิงคุณภาพและความเป็นผู้นำในสนาม นอกจากนี้ มอยเซส ไคเซโด้ ก็พร้อมกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง หลังพ้นโทษแบนเรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกัน ผู้เล่นที่ยังไม่พร้อมลงสนามยังรวมถึง ลีวาย โคลวิลล์ ที่บาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า และ โรเมโอ ลาเวีย ที่เจ็บต้นขา ซึ่งทั้งคู่เป็นการขาดหายในระยะยาว ส่วน มิไคโล มูดริก ยังคงไม่สามารถลงเล่นได้จากปัญหาทางกฎหมาย ทำให้ โรซีเนียร์ ต้องบริหารขุมกำลังอย่างรัดกุม แม้จะได้แกนหลักบางรายกลับมาทันเวลาในเกมนี้ก็ตาม

ทางฝั่งของ เบรนท์ฟอร์ด ภายใต้การคุมทัพของ คีธ แอนดรูส์ส เองก็มีความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมเช่นกัน แต่พวกเขายังคงต้องรับมือกับปัญหาความฟิตของผู้เล่นบางราย โดยสโมสรเพิ่งคว้าตัว เคย์ ฟูโร ดาวรุ่งวัย 18 ปีมาจาก คลับ บรูช เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และมีความเป็นไปได้ที่เขาจะมีส่วนร่วมกับทีมในเกมนี้ทันที
ในขณะเดียวกัน เบรนท์ฟอร์ด ได้รับข่าวดีจากการกลับมาของ ดันโก้ ออตตาร่า ซึ่งกลับมาจากภารกิจทีมชาติในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ กับทีมชาติบูร์กินาฟาโซ และพร้อมเป็นตัวเลือกให้กับทีมสำหรับเกมนี้
อย่างไรก็ตาม ทีมยังต้องลุ้นความพร้อมของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางมากประสบการณ์ที่มีอาการเจ็บข้อเท้าจากเกมเอฟเอ คัพ ทำให้สถานะของเขายังอยู่ในกลุ่มน่าสงสัยว่าจะลงสนามได้หรือไม่
ขณะเดียวกัน รายชื่อผู้เล่นที่หมดสิทธิ์ลงสนามแน่นอนประกอบด้วย ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่, อันโตนี่ มิลัมโบ และ จอช ดาซิลวา ซึ่งต่างมีอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า ทำให้ เบรนท์ฟอร์ด ต้องปรับสมดุลทีมบางส่วนในการรับมือกับเกมเยือนครั้งนี้
ผลงาน 5 เกมหลังสุดของทั้งสองทีม
ผลงาน เชลซี 5 เกมหลังสุด
15/01/26 เชลซี 2-3 อาร์เซนอล
11/01/26 ชาร์ลตัน แอธเลติก 1-5 เชลซี
08/01/26 ฟูแล่ม 2-1 เชลซี
05/01/26 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 เชลซี
31/12/25 เชลซี 2-2 บอร์นมัธ
ผลงาน เบรนท์ฟอร์ด 5 เกมหลังสุด
10/01/26 เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 0-2 เบรนท์ฟอร์ด
08/01/26 เบรนท์ฟอร์ด 3-0 ซันเดอร์แลนด์
04/01/26 เอฟเวอร์ตัน 2-4 เบรนท์ฟอร์ด
02/01/26 เบรนท์ฟอร์ด 0-0 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์
27/12/25 เบรนท์ฟอร์ด 4-1 บอร์นมัธ
ความเป็นไปได้ของเกม
แม้ว่าโมเมนตัมของ เบรนท์ฟอร์ด จะกำลังมาชัดเจนและกำลังเล่นด้วยความมั่นใจสูง แต่ เชลซี ก็มีขวัญกำลังใจที่ดีจากโค้ชใหม่ รวมถึงแนวโน้มที่ พาลเมอร์ และ เจมส์ จะกลับมามีส่วนร่วมกับทีมได้อีกครั้ง น่าจะทำให้ เชลซี มีความได้เปรียบเล็กน้อยในฐานะเจ้าถิ่น
อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของ เบรนท์ฟอร์ด คือความเด็ดขาดในการโจมตีสวนกลับ และจากรูปแบบการเล่นที่เฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาจะสามารถเจาะตาข่ายได้อย่างน้อยหนึ่งประตูในเกมนี้เช่นกัน และสำหรับแฟนๆที่สนใจ ทีเด็ด SBOTOP และ พรีเมียร์ลีก 2026 ทีเด็ดเดิมพัน รวมไปถึง ข่าวฟุตบอลอังกฤษ สามารถติดตามข่าวได้ที่นี่
| คำอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับมูลค่าเดิมพันของเรา ( |
|||
|---|---|---|---|
●●●
เข้าชมบล็อคของเราเพื่อดูข้อมูลต่างๆ และค่าอ๊อดส์ที่หลากหลายของฟุตบอล
อัพเดทข่าวสารทุกอย่างเกี่ยวกับกีฬาและการเดิมพัน




